การเดินทางที่สะดวก รวดเร็วที่สุดในปารีส คือ รถไฟ !!
ไม่ต้องไปเจอรถติด ตรงเวลา ราคาไม่แพง !!

เอ่อ… ลืมตัว นึกว่าเป็น sales ขายตั๋วรถไฟ ฮาๆ
แต่มันจริงนะ ที่พูดมาหนะ :D

Metro Train

รูปประกบ : รถไฟมาแล้ว !

จะัขึ้นรถไฟที่นี่ ควรจะรู้ 3 อย่าง คือ

1. Zone
คือ พื้นที่ใ้ห้บริการ แบ่งเป็น zone 1 – 5
(กรุณานึกภาพ โดนัท)
zone 1 = วงกลมตรงกลางใจเมืองปารีส (รูโดนัท)
zone 2 = วงโดนัทล้อม zone 1 (เนื้อโดนัท)
zone 3 = วงโดนัทล้อม zone 2 (เ่อ่อ ถึงตรงนี้น่าจะนึกออกแล้วนะครับ …)

ถ้านึกไม่ออกจริงๆ ลองดแผนที่ RER แบบเต็มๆ ที่นี่

2. ชนิดรถไฟ
แบบที่วิ่ง “ในเมือง” มี 3 แบบ คือ Metro / RER / Tram
Métro
เท่าที่อยู่ๆมา ถ้าเที่ยวในเมือง ก็จะได้ใช้ มากที่สุด
เพราะ สถานีเยอะ (หาง่าย และนั่งไปได้หลายที่)
อ่านเจอมาว่า เค้าพยายามทำให้ทุกๆตึกในปารีสชั้นใน
อยู่ห่างจาก Metro ไม่เกิน 500 เมตร !
RER
มักจะใช้่ตอนออกไปเที่ยวโซนนอกเมืองหน่อย
เช่น พระราชวังแวร์ซาย .. และอื่นๆ
(มีตัวอย่างเดียว เพราะเคยไปไกลๆที่เดียว :P)
Tramway/Tram
อันนี้เึคยนั่งแค่สองที
ยังงงๆอยู่ ไม่อยากโม้ กลัวผิด ฮาๆ

Metro station Saint-Lazre

รูปประกบ : สถานี Metro Saint-Lazare

3. ตั๋ว
แบบที่ใช้บ่อยๆ คือ Single Trip 1.5 EU

Single Journey Ticket

รูปประกบ : ตั๋วเที่ยวเดียว Single Journey Ticket
จะมีตัว “t” ตัวใหญ่ๆ อยู่บนตั๋ว

ดูซิทำอะไรได้
– Metro ไปได้ zone 1-5
– RER ไปได้แค่ zone 1
– รถบัสสายไหนก็ได้ 1 เที่ยว

  • Note 1 : ตั๋วนี้ นั่ง metro จะต่อเปลี่ยนสายกี่รอบก็ได้
    ตราบใดที่ยังไม่ออกจากระบบ (ยังไม่ออกจาำกประตูทางออกสถานที)
    และยังสามารถต่อไป RER Zone 1 ได้ด้วย
  • Note 2 : Metro ขาออก ไม่มีการตรวจตั๋ว
    แต่ RER จะตรวจ (ที่ gate) เพราะ คิดราคาตาม zone
    (อันนี้ก็โดนมาแล้ว ซื้อตั๋ว single trip
    ดันจะไปออก RER Zone 3 ออกไม่ได้ T T)
  • Note 3 : ตั๋ว Single trip ถ้าซื้อแบบ 10 ใบ จะราคา 11.10 EURO
    (เฉลี่ยใบละ 1.1 EURO) pack 10 นี้ เรียกว่า carnet
    ซื้อมา share กันก็ได้นะ ประหยัดดี :P
    ใช้ได้หลายวัน ไม่แน่ใจว่ามีวันหมดอายุหรืิอเปล่า
    แต่เคยเก็บไวใ้ช้้ข้ามอาทิตย์หละ
  • Note 4 : แผนที่ Metro/RER/Bus
    ขอได้ฟรีที่ counter ขายตั๋ว และโรงแรม
    หรือจะศึกษาไว้ก่อนก็ ที่นี่

เกร็ดความรู้ อ่านเอามันส์
– สถานีรถไฟใต้ดินที่ใหญ่ที่สุดในโลก อยู่ที่ปารีสนี่หละ
ชื่อสถานี Chatelet-Les Halle
– Metro มีผู้โดยสาร 4.5 ล้านคน ต่อวัน (1.365 พันล้านคน ต่อปี)
มี 14 สาย คือ สาย 1 – 14
ทั้งหมดมี 297 สถานี, 62 สถานีเป็นสถานีเชื่อมต่อ
– RER มี 5 สาย คือ A – E
– TRAM มี 4 สาย คือ T1- T4
– ที่สถานีรถไฟที่นี่จะมีบอกว่าขบวนต่อไปจะมาภายในกี่นาที
และ ยังบอกไปถึงขบวนที่สองด้วย (ชอบแฮะ)

วันแรกๆที่มา ผมสงสัยมาก
ว่าทำไมหลายๆจุดที่ผมผ่านไปว่าเหม็นฉี่มากๆ…
เช่น ในสถานีรถไฟใต้ิดินบางสถานี และตามฟุตบาทบางที่
(ผมว่ามันเหม็นแบบไม่ต้องสังเกตอะไรมากมาย มันลอยมาสะกิดจมูกเองเลย)

ห้องน้ำสาธารณะที่ทำความสะอาดตัวเองได้ของปารีส (self-sanitizing public toilets)
ที่มีอยู่ 200 กว่าที่ (ข้อมูลต้นปี 2006)
เพิ่งเปิดให้ใช้ฟรีตั้งแต่ วันที่ 1 เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2006 นี่เอง

Paris Public Toilet

รูปประกบ : ห้องน้ำสาธารณะ ที่ปารีส

ก่อนหน้านั้นจะเก็บค่าบริการ 0.40 Euros หรือประมาณ 20 บาท / ครั้ง
หลังจากวันดังกล่าว รัฐบาลฝรั่งเศสจะเป็นผู้ออกตังให้เอง
โดยจะจ่ายให้ บ. ที่บริหารงาน 0.17 Euros/ครั้ง

“นักท่องเที่ยวมีเงินพอที่จะจ่าย” ่นี่เป็นการทำ “เพื่อทุกคน”
โดยเฉพาะคนไร้ที่อยู่ (homeless) ที่เค้าจะมีโอกาสได้ใ้ช้ห้องน้ำในระหว่างวัน
รัฐบาลเึค้าว่างั้น

อ่านมาถึง ตรงนี้ผมเลยพอเข้าใจหละ เหอๆ

————————————————————————

แถม ข้อมูลอ่านเอามันส์ :
ฝรั่งเศสจัดเป็นประเทศอันดับต้นๆ ที่นักท่้องเที่ยวจากทั่วโลกอยากมาเที่ยว
ในปี 2005 มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกกว่า 75 ล้านคน !
แบบนี้ยอมลงทุนทำบ้านเมืองให้สะอาดขึ้นอีกหน่อย
ขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอกครับผม !

ที่มาข้อมูล :
http://www.usatoday.com/travel/destinations/2006-01-26-paris-toilets_x.htm

เย็นวันฝนตกวันหนึ่ง ไม่สามารถเดินไปหาอะไรกินไกลๆได้
เราจึงตัดสินใจเลือกใช้บริการร้านใกล้บ้าน

“ควายย่าง” (Buffalo Grill – เป็น chain restaurant สัญชาติฝรั่งเศส
ขายอาหารจำพวกสเต็ก และพวกอาหารย่าง ไว้จะมาเล่าให้ฟังอีกที)

ระหว่างที่นั่งในร้านดูฝน…
เหมือนโรแมนติก แต่จริงๆคือ รออาหารครับ
เนื่องจากเรามาตอนก่อนหนึ่งทุ่ม ซึ่งเร็วไปนิด เพราะร้านเิปิดจริงๆตอนทุ่มนึง

ไม่มีไรทำ … จะจ้องหน้ากันก็กลัวจะท้อง (แหม … ทำยังกะเป็นปลากัด)

“ปารีสมีรถยี่ห้ออะไรเยอะที่สุด ??”

คำถามนี้ผุดขึ้นมาช่วยให้เราหายเบื่อ
เพราะ เราตกลงตัดสินใจฆ่าเวลาด้วยการลองนั่งนับรถ (นับเฉพาะพวกที่มีสี่ล้อ)
ที่วิ่งผ่านหน้าร้านไป ว่ามียี่ห้อใดบ้าง ยี่ห้อละกี่คัน…

Citroen

 

40 นาทีผ่านไป… ได้ความว่า
Renault = 40 คัน
Peugeot = 20 คัน
Citroen = 7 คัน
อื่นๆ (Audi/BMW/Benz/Ford/Nissan/Chevrolet/Opel/Toyoya/Kia) = 20-30 คัน

ตรงนี้ขอขยายอีกนิด … รู้สึกว่ารถญี่ปุ่นน้อยมากๆ เช่น
เราพบ Toyota 2 คัน
และ Nissan เก่าๆ1 คัน
ซึ่งสังเกตมาหลายวันแล้ว ว่าที่นี่รถญี่ปุ่นน้อยจริงๆ

- ที่มา : N&L ณ ควายย่าง

*** แต่ เดี๋ยวก่อน ***

ข้อมูลข้างบนอย่าไปคิดอะไรกับมันมาก
เพราะมันทำให้ผมเข้าใจผิดมาแล้ว
มาดูข้อมูลสถิติที่ถูกต้องจริงๆ กันดีกว่า ….

Market Share of Cars in France

 

ส่วนแบ่งตลาดรถยนต์นั่งส่วนตัว และ LCVS (มันคือไรหว่า) ในปี 2007
1. PSA Peugeot-Citroen …. 64,675 units = 30.6% (down 0.4%)
2. Renault ………………………. 49,778 units = 23.6% (down 6.3%)
3. Volkswagen ………………… 22,798 units = 10.8% (up 14.2%)
4. Ford ……………………………………………….. = 6.3%
5. DaimlerChrysler …………………………….. = 4.8%
6. Toyota (including Lexus) ……………….. = 4.8%- ที่มา : http://www.automotiveworld.com


!!! อันดับ 1 คือ Peugeot-Citron ต่างหาก !!!
ผมแอบนึกในใจ… สอง (brand) รุมหนึ่งนี่นา …
รถเมล์ผมยังเห็นเป็นยี่ห้อ Renault เลยนะ !

Note : สองอันดับแรก คือ PSA Peugeot-Citroen และ Renault เป็นรถสัญชาติฝรั่งเศสแท้ๆ
ส่วนที่เหลือ… ของนอกจ้า :D

Bonjour !!

June 3, 2007

การกล่าวคำทักทายเมื่อเจอหน้ากัน ดูจะเป็นเรื่องสามัญสำหรับคนที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นคนแปลกหน้า เจอกันครั้งแรก หรือคุ้นหน้าคุ้นตากันดีอยู่แล้ว เจอกันในลิฟต์ เดินสวนกันบนทางเดินริมถนน หรือวิ่งจ๊อกกิ้งสวนกันในปาร์ค ผู้คนยินดีที่จะกล่าวทักทาย

“Bonjour !!”

บงชูร์ มาจากสองคำคือ bon (good) และ jour (day) ที่มีความหมายรวมกันว่า Have A Good Day หรือ แต่ทั่วไปก็ใช้เป็น Hello โดยไม่ต้องตีความก็ยิ้มกลับแล้วทักตอบได้เลยว่า บงชูร์ เช่นกัน

Paris!

กะเรนอย่างเรา ลอบเข้าปารีครั้งแรก ไม่รู้จะออกเสียงอย่างไร บอนชูร์/บองชูร์/โบนชูร์/โบงชูร์/บงชูร์ เลยทักทายงึมงัมๆ จนคนปารีเซียงทำหน้างง ว่าพูดภาษาจากดาวไหน เปิดโลนลี่แพลนเน็ต ได้ความว่า ตัว n กับ m ต้องทำเสียงนาสิกขึ้นจมูก สันจมูกกะเรนไม่ใหญ่โตเหมือนปารีเซียง เลยลากเสียงขึ้นจมูกไม่ได้สักที

อาศัยพูดบ่อยๆ แล้วฉีกยิ้มกว้าง หลังๆ ปารีเซียงก็เริ่มจะฟังเราออก

“บงชูร์”

BKK-AUH-CDG

June 2, 2007

google map…
เดือนก่อน… ผมนั่งเล่นดูแผนที่หอไอเฟิล นั่งลงตำแหน่งใน google map
วันนี้… ผมมานอนกลิ้งกด keyboard อยู่ใกล้ๆมัน แล้ว..
ครับ… ผมมาักถึงฝรั่งเศสแล้ว…

19. 30 น. ของวันที่ 2 มิถุนายน 2550
สภาพผมตอนนี้เริ่มโทรมนิดๆ เพราะไม่เคยเดินทางนานขนาดนี้มาก่อน
นั้งเครื่องบิน สายการบิน Etihad Airways ออกจากสุวรรณภูมิ
ไปที่ อาบูดาบี (Abu Dhabi) เมืองหลวงของ สาธารณรัซอาหรับเอมิเรต เพื่อรอเปลี่ยนเครื่องมาปารีสอีกที
รวมๆทั้งหมด จาก กทม. มาถึงปารีส ใช้เวลา 13 ชั่วโมง
(ถ้าันั่งการบินไทย บินตรงจาก กทม. ถึงปารีส ใช้วลาประมาณ 12 ชั่วโมง)

ผมเข็นรถเข็นกระเป๋าออกมาจาก ที่สนามบิน CDG (Charles de Gaulle)
ความรู้สึกแรกคือ สนามบินมันไม่ใหญ่มากนะ
เดินแป๊บเดียวก็ออกมาถึงทางออกแล้ว
อารมณ์ประมาณดอนเมืองเลยหละ…

Airial view of Paris's CDG airport

รูปประกบ : สนามบิน CDG จากมุมสูง

[ข้อเท็จจริงอ่านเอาสนุก]
ในปี 2006 สนามบิน CDG มีจำนวนผู้โดยสารมาใช้้บริการ (Passenger traffic)
มากเป็นอันดับสองในยุโีีรป โดยเป็นรองจาก Heathrow ที่ ลอนดอน ประเทศอังกฤษ
และ อันดับสามที่ตามมาติดๆ คือ Frankfurt ของเยอรมันนี)

Europe statistic (year 2006)

- Passenger traffic (Unit : man)
1. Heathrow = 67,530,223
2. CDG = 56,808,967
3. Frankfurt = 52,810,683

- Plane movements (Unit : plane)
1. CDG = 541,566
2. Frankfurt = 489,406
3. Heathrow = 477,029

รูปและข้อมูลจาก : http://en.wikipedia.org

ได้กระเป๋าเรียบร้อย ผมก็เข็นรถออกมา
มองหาคนถือป้ายชื่อตัวเองที่มารอรับ…
(คนดูแลอีเมลมาบอกว่าจะมีคนขับ taxi มารอรับที่สนามบิน)

ปร๊าด… เฮียมืด สูงล่ำเกือบ สองเมตร
ถือป้ายกระดาษ เหี่ยวพองาม เขียนนามสกุลผมตกบรรทัด
(นามสกุลยาว เขียนบรรทัดเดียวไม่พอ)
เกาะรั้วรออยู่…

เฮียมืดพาเราไปขึ้นรถ Taxi Peuguot …
โอ้ว้าว ครั้งแรกในชีวิตที่ได้ขึ้น Taxi ยี่ห้อนี้
เราขึ้นไปนั่งเรียบร้อยที่เบาะหลังทั้งคู่
(ทำการบ้านมา ว่าเบาะหน้าเป็นที่นั่งสุนัข ถ้าไปนั่งอาจจะโดนหัวเราะได้)
เฮียมืด ขึ้นไปนั่งเบาะคนขับ ปิดประตู แล้วหันมาถามเราว่า
“จะไปไหนกันครับ”
ผมคิดในใจ …
“เวรละ มันไม่รู้ว่าเราจะไปไหน แล้วเราบอกไปมันจะไปเป็นป่าวเนี่ย”
ผมเลยควักใบจองโรงแรม ที่มีที่อยู่มาให้ดู

เฮียมืดแกดูแล้วบอก “โอเค” แล้วหันกลับไปกดระบบนำทาง GPS
ใส่แว่นกันแดด แล้วก็ออกรถ… (ผมเข้าใจเองไปได้ถูกแน่แล้วใช่ปะเฮีย!!!)

ปล. แถมอีกนิด นอกจาก CDG ที่เป็๋นสนามบินนานาชาิติแล้ว
ฝรั่งเศสยังมีสนามบินอีกหลายแห่ง เช่น Orly (ถ้านั่ง Air France มาจะได้ลงสนามบินนี้)
และ สนามบิน low cost อื่นๆ ที่อยุ่ชานเมืองปารีส

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.